วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โลกาภิวัฒน์กับสังคมไทย





" โลกาภิวัฒน์มา...ชีวิตเปลี่ยนไป "




จากการที่ประเทศไทยได้มีการพัฒนาตามแนวตะวันตกทำให้เกิดกระแสการเมืองยุคใหม่หรือที่เรียกกันว่า " ยุคโลกาภิวัฒน์ " นั้น ซึ่งพวกเราทุกคนคงคุ้นเคยกับคำนี้บ้าง แต่จริงๆความหมายของคำสั้นๆคำนี้เป็นคำที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้าทศวรรษ1990 ซึ่งMarshall Mcluhanนักวิจารณ์ด้านวัฒนธรรมชาวแคนาดาให้ความหมายไว้ว่าหมายถึง โลกยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานของเทคโนโลยี อันนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่เร่งเร็วในทุกระดับของสังคมมนุษย์ แต่เริ่มเป็นที่นิยมใช้ในแวดวงวิชาการและสื่อสารมวลชน โลกาภิวัฒน์นอกจากจะมีอิทธิพลต่อสังคมศาสตร์หลายแขนงแล้ว ยังครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมทั้งยังมีอิทธิพลต่อความเชื่อของคนจำนวนมากในยุคสมัยใหม่อีกด้วย

การที่สังคมไทยเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์นั้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมขนส่ง การติดต่อสื่อสาร การศึกษาของเด็กไทย การเกษตร รวมไปถึงด้านอื่นๆอีกนานาประเภท ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทันใจ เช่นในมุมของการขนส่ง เดี๋ยวนี้ก็มีรถไฟฟ้าใช้ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆทำให้คนเมืองกรุงต่างก็ได้รับความสะดวกสบายกันถ้วนหน้า จากการใช้บริการ

หรือแม้แต่ชาวเกษตรกรแต่ก่อนต้องใช้วิธีคั้งเดิมแต่โบราณใช้ควายไถนา แต่เดี๋ยวนี้เขามีรถไถเดินตาม มากระทั่ง รถไถนาแบบนั่งบังคับตลอดจนกระทั่งรถเกี่ยวข้าวสีข้าว ทำให้เกษตรกรได้รับความสะดวกสบายกันมากขึ้น การศึกษาของเด็กไทยในยุคปัจจุบันก็สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้โดยง่ายดายจากการท่องโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะอยู่จากที่แห่งหนตำบลใดก็สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ด้วยอินเตอร์เน็ตเส้นสายอันไร้พรมแดน เด็กไทยทุกวันนี้จึงได้รับความสะดวกสบายเหมือนมีห้องสมุดส่วนตัว ส่วนในด้านการสื่อสารเดี๋ยวนี้เขาก็มีโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกันข้ามจังหวัดหรือประเทศได้ด้วย จากเดิมที่มีการเขียนจดหมาย ใช้โทรเลข เพจเจอร์ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มือถือใช้กันหมด จนใครไม่มีใช้ถือว่าเชยมากๆ และหลังจากนั้นก็มีวิวัฒนาการความสามารถของโทรศัพท์พัฒนาไปเรื่อยๆจากเดิมที่แค่พอได้โทรออก-รับสาย เดี๋ยวนี้ก็มีการถ่ายรูป ดูหนัง ฟังเพลง แชต เล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คนสะดวกสบายมากขึ้น

แต่การที่โลกเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์นี้นอกจากจะมีผลในทางที่ดีแล้วก็ยังมีผลผลด้านลบอีกด้วย เพราะการที่มันช่วยลดภาระบางอย่างที่หนักๆแต่มันก็ทำให้วัฒนธรรมบางอย่างถูกลบเลือนหายไป ทำให้มนุษย์มีความเกียจคร้าน เห็นแก่กันตัวมากขึ้น รวมทั้งเกิดอาชญากรรมในสังคมบ้านเมืองเราอีกมากมายดังที่เป็นข่าวอาทีเช่น เด็กติดเกม ฆ่าข่มขืนจากการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิดๆนี่ก็คือผลกระทบด้านบวกและด้านลบที่เห็นได้ชัดแต่ถ้าหากเรารู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ สิ่งดีๆ ที่ตามมามากมายจากการใช้เรื่องมืออันทันสมัยก็อาจจะเกิดความรุ่งเรืองอันดีงามตามมาภายหลังก็เป็นได้



ตามประสา 09/11/2009

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น